MaaS ธุรกิจแบบใหม่ที่จะล้มยักษ์ใหญ่อย่าง Uber หรือ Grab ด้วย Artificial Intelligence

MaaS ธุรกิจแบบใหม่ที่จะล้มยักษ์ใหญ่อย่าง Uber หรือ Grab ด้วย Artificial Intelligence

วิทยาการคอมพิวเตอร์ชับเคลื่อนอนาคตในทุกมิติของชีวิต ถือว่าเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงยุคสมัยของประวัติศาตร์มนุษยชาตินับตั้งแต่บรรพบุรุษยุคหินที่ค้นพบเปลวเพลิงและจุดแสงสว่างเริ่มต้นของการวิวัฒนาการอันไม่รู้จบสิ้นของมวลมนุษย์ จากการนวัตกรรมตั้งแต่การตั้งแต่ยุคหิน ยุคทองแดง ยุคเหล็กด้วยการนำวัสดุจากธรรมชาติมา
สร้างเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากขึ้น แม้ว่าจะใช้เวลาหลายหมื่นหลายแสนปีจากการสะสมความรู้เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของยุคสมัยไปอีกหนึ่งขั้นแต่มนุษย์นั้นก็ยังที่จะไม่หยุดพัฒนา

วกกลับมามองยุคสมัยในปัจจุบันที่มนุษยชาติได้ก้าวกระโดดในการวิวัฒนาการเพียงแค่ไม่กี่สิบปีี พวกเราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายในทุกย่างก้าวของชีวิตจนยากที่จะปรับตัวทัน หากย้อนนึกไปเมื่อไม่กี่ทศวรรษคอมพิวเตอร์ยังเป็นสิ่งประดิษฐ์ขนาดมหึมาที่ไกลตัวจากชีวิตประจำวันของคนเราโดยสิ้นเชิง ปุถุชนคนธรรรมดาในยุคสมัยนั้นคงไม่สามารถยั่งรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของสิ่งประดิษฐ์ที่จะเข้ามาผูกพันธ์กับการใช้ชีวิตของมนุษย์อย่างตัดไม่ขาดในทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันโลกของเรายังไม่ล้ำสมัยถึงนิยายไซไฟหลายเรื่องที่ใครหลายคนวาดฝันไว้ ยังไม่มีเครื่องมือเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างใจนึกเพียงพริบตา แต่การค้นพบใหม่ๆในวิทยาการคอมพิวเตอร์ก็ทำให้ผู้คนเดินทางสู่จินตนาการและวาดเส้นทางแห่งจินตนาการนี้ไกลออกไปกว่าอดีตกาล

MaaS การคมนาคมที่ขับเคลื่อนโลกทั้งใบ

Mobility-as-a-Service หรือ MaaS คืออะไร หลายคนที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีคงรู้จักกับคำว่า IaaS (Infrastructure as a Service), PaaS (Platform as a Service), SaaS (Software as a Service) หรือแม้กระทั่ง DaaS (Desktop as a Service) (สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับคำศัพท์เทคโนโลยีเหล่านี้เลย คำเหล่านี้เป็นการพัฒนาการของการให้บริการเทคโนโลยีในการบริหารข้อมูลสารสนเทศที่ให้บริการแบ่งออกเป็นหลายระดับตั้งแต่ Infrastructure Platform Software และ Desktop ซึ่งแต่ละบริการต่างตอบโจทย์ธุรกิจที่แตกต่างกัน)  

ในส่วนของ MaaS นั้นก็คือการให้บริการคมนาคมด้วยการประยุกต์ความรู้ในวิทยาการคอมพิวเตอร์ในการให้บริการนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นการนำความรู้ด้าน Artificial Intelligence, Internet of Things, หรือ Information Systems Management มาขับเคลื่อนธุรกิจในรูปแบบที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทุกชีวิตโดยเฉพาะการคมนาคม ตัวอย่างที่ใกล้ตัวของ MaaS ที่เห็นในปัจจุบันนั้นก็คือ Grab, Uber, Lineman เป็นต้นที่มีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดของ Sharing Economy ที่หวังว่าจะบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีประโยชน์สูงสุด ลดการครอบครองทรัพยากรไว้กับคนใดคนหนึ่งโดยไม่ได้ใช้
ประโยขน์อย่างที่มันคู่ควร และใช้ให้มันเต็มที่อายุการใช้งานของมัน เพราะการผลิตสิ่งของแต่ละอย่างนับเป็นการดึงทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดมาใช้นั้นเอง หากไร้ความคิดด้านการเติบโตอย่างยั่งยืนเช่นนี้ ทรัพยากรบนโลกคงหมดไปอย่างเร็ววัน แนวคิดถือจึงเป็นแนวคิดที่สำคัญในการเติบโตของธุรกิจแบบใส่ใจในหลายด้าน

ด้วยแนวคิดของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้หลายธุรกิจต่างลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) รวมถึงธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่พยายามปรับด้วยเพื่ออนาคตเช่นกัน และวิทยาการคอมพิวเตอร์เป็นศาสตร์ที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมนี้ จากรถไฟไอน้ำสู่การใช้เชื้อเพลิงในการสร้างพหานะเพื่อการเดินทางสู่การนำมุ่งสู่การคมนาคมด้วยคอมพิวเตอร์ ใครจะไปนึกถึงว่าคอมพิวเตอร์ขนาดมหึมาที่ตั้งยากที่จะเคลื่อนย้ายได้เพียงแค่คำนวนเลขในอดีต ได้กลายเป็นสิ่งที่จะนำผู้คนไปถึงจุดหมาย เป็นภาพการนั่งคอมพิวเตอร์จากสถานที่หนึ่งไปสู่สถานที่หนึ่งจริงๆ หรือเรียกอีกอย่างก็คือรถยนต์ไร้คนขับ เพราะคอมพิวเตอร์เป็นคนขับให้และเราก็นั่งอยู่บนมัน จึงไม่ต้องสงสัยถ้าจะคิดว่าเรานั่งคอมพิวเตอร์เพื่อไปสถานที่ต่างๆนั้นเอง

วิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศคือเส้นสายไหมแห่งอนาคต

ในยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญเช่นนี้ ทำให้การค้าขาย การท่องเที่ยว แม้กระทั่งการไหลเวียนของวัฒนธรรม ต่างใช้ระบบโครงสร้างที่มีการเชื่อมต่อกันและกันในการเดินทาง เปรียบเหมือนการสร้างถนนเส้นทางสายไหมที่ครั้งหนึ่งในอดีตเคยเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อโลกตะวันออกและโลกตะวันตกและเกิดการขับเคลื่อนผู้คนในทุกมิติ และในยุคสมัยนี้การสร้างถนนแห่งโลกดิจิทัลนั้นต้องใช้ความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ (Computer Science and Information Systems) ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานรวมไปถึงการสร้างพหานะในการขับเคลื่อนเชื่อมต่อโลกทั้งใบได้ภายในเสี้ยววินาที

martin-katler-DiJR_M1Mv_A-unsplash

Mobility-as-a-Service หรือ MaaS จึงเป็นจุดสำคัญซึ่งตัวอย่างบริษัทที่ได้พิสูจน์ถึงความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เพื่อพัฒนาการคมนาคมคือเทสล่า (Tesla) ถือเป็นการสร้างวิสัยทัศน์ใหม่ให้กับยักษ์ใหญ่ที่ครองอุตสาหกรรมนี้มาหลายทศวรรษ แลรถยนต์อัจฉริยะไร้คนขับก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจนี้ หากธุรกิจใดครองตลาดนี้ได้ก่อนก็จะเป็นผู้ประสบความสำเร็จในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับสังคม แม้ว่าในปัจจุบัน Grab ยังเป็นผู้ธุรกิจที่ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดเจ้าหลักในประเทศไทยที่ให้บริการเรียกคนขับในการเดินทาง (ต่างประเทศเป็น Uber และ Lyft ที่เป็นธุรกิจแบบเดียวกัน) แต่ในอนาคตการขับเคลื่อนอัตโนมัติคือโอกาสทองของธุรกิจ

เมื่ออนาคตผู้คนครอบครองรถยนต์ลดลง การหาคนขับในธุรกิจแพลตฟอร์มแบบนี้คงยากมากขึ้น ซึ่งในสงครามแพลตฟอร์มก็มีการแย่งตัวคนขับในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง อย่างช่วงเวลาเร่งด่วน ช่วงเวลาฝนตก หรือช่วงเวลาโควิดในประเทศไทยที่คนขับขนส่งอาหารถูกบริษัทอย่าง Grab, Lineman, Robinhood แย่งตัวกันในพื้นที่ที่มีผู้ใช้สูง ก็จะมีเห็นข่าวขาดช่วงของขับบ้าง ผู้ใช้บริการต้องรอนานกว่าจะได้สินค้าหรือบริการเป็นต้น และในประเทศที่ก้าวสู่การขาดแคลนแรงงานในอนาคตก็มีการคาดคะเนว่าจะมีการขาดแคลนแรงงานเช่นกัน การขนส่งด้วยระบบคอมพิวเตอร์ผ่านรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุก รถยนต์ รถจักรยานยนต์หรือโดรนจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญในการตอบโจทย์

ด้วยข้อมูลจาก ARK Investment Management LLC ได้มีการคาดการณ์ธุรกิจของเทสล่า Tesla ไว้ว่าการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทในปี 2025 นั้นที่เป็นเหมือนหัวใจหลักของบริษัทจะคิดเป็นมูลค่าเพียง 40% ของบริษัท ส่วนอีก 50% นั้นจะเป็นมูลค่าของ Robotaxis ซึ่งคือการให้บริการแท็กซี่แบบไร้คนขับ ถือว่าจะเป็นมูลหลักของเทสล่า (Tesla) เลยทีเดียว ส่วนการให้บริการแท็กซี่แบบมีคนขับของบริษัทเทสล่า Tesla จะมีมูลค่าน้อยกว่า 10% ซึ่งหัวใจสำคัญที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้คือความรู้อันก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหาอันซับซ้อนของวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศนั้นเอง และนั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมวิทยาการคอมพิวเตอร์จึงเป็นหัวใจหลักของแผนการอันยิ่งใหญ่นี้

ตอบโจทย์อนาคตของทุกธุรกิจด้วย CSIS

CSIS คือหลักสูตรสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศของคณะสถิติประยุกต์ที่นิด้า (CSIS NIDA) ที่เป็นหลักสูตรที่มีทางให้เลือกถึง 2 เอกคือ Computer Science และ Information Systems Management (ISM) ที่ล้วนแล้วถือเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจที่ต้องการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมหรือต้องการมุ่งสู่การขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล (Digital Transformation) ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเข้าใจถึงองค์ความรู้ที่สำคัญในการเดินหน้าพัฒนา Mobility-as-a-Service หรือ MaaS ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้พื้นฐานจนถึงความรู้ขั้นสูงในด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Networks) ที่ออกแบบให้เกิดระบบการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหารวมถึงการสร้างเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ จนไปถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงแค่อุตสาหกรรมยานยนต์เพียงเท่านั้น

หากจะมุ่งเน้นในการบริหารการจัดการให้ตอบโจทย์ในธุรกิจนั้น ที่คณะสถิติประยุกต์ สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ (CSIS NIDA) ได้มีการออกแบบวิชาด้านการจัดการบริหารสารสนเทศ ตั้งแต่การวางขั้นตอนต่างๆของระบบสารสนเทศให้เหมาะสมกับขั้นตอนของธุรกิจ จนไปถึงการตรวจสอบระบบสารสนเทศให้มีความถูกต้องแม่นยำ เพราะการขับเคลื่อนธุรกิจในยุคสมัยนี้และในอนาคตล้วนขึ้นอยู่กับความถูกต้อง แม่นยำและเข้ากับบริบทในแต่ละธุรกิจหรือแต่ละอุตสหกรรม โดยหลายละเอียดหลักสูตรในสาขานี้ทั้งสองเอกนี้ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คณะสถิติประยุกต์ หรือติดตามข้อมูลการรับสมัครหรือข้อมูลความรู้ต่างๆได้ที่ Facebook Information Systems Management at Nida

 

 

เขียนโดย:

นายคเณศ ประกอบแก้ว
นักศึกษาปริญญาโท ภาคพิเศษ หลักสูตรการวิเคราะห์ธุรกิจและวิทยาการข้อมูล
สาขาวิทยาการข้อมูล (Data Science : DS)

เปิดรับสมัครปริญญาโท ภาคพิเศษ

บัดนี้ - 25 กันยายน 2564
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn