ประวัติความเป็นมา

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นสถาบันการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2509 ด้วยความช่วยเหลือเบื้องต้นจาก คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรมวิเทศสหการ มูลนิธิฟอร์ด และ Midwest University Consortium for International Affairs (MUCIA) โดยโอนคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ งานฝึกอบรมส่วนหนึ่งของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ งานฝึกอบรม และงานสอนส่วนหนึ่งของสำนักงานสถิติแห่งชาติ มาเป็นกิจกรรมหนึ่งของสถาบัน

สพบ.ในอดีต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นพิเศษ เมื่อราว พ.ศ. 2503 ได้ทรงปรารภกับ นายเดวิด รอกกิเฟลเลอร์ ถึงเรื่องที่จะปรับปรุงการสถิติของชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศ และในที่สุดได้มีการจัดทำโครงการเสนอรัฐบาล โดยให้ตั้ง Graduate Institute of Development Administration (GIDA) ขึ้นต่อ มา รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาจัดตั้งสถาบันสอนวิชาการบริหารเกี่ยว กับการพัฒนาประเทศ โดยได้นำโครงการ GIDA ของด็อกเตอร์ สเตซี เมย์ มาศึกษา และได้เสนอมติของที่ประชุมคณะกรรมการต่อคณะรัฐมนตรีว่าควรจะตั้ง สถาบันพัฒนาการบริหาร (Institute of Development Administration) โดยดำเนินการสอนในขั้นปริญญาโทและเอก การศึกษาฝึกอบรม และการวิจัย ต่อมาจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

คณะสถิติประยุกต์ ได้ เริ่มดำเนินการสอนและฝึกอบรมวิชาการทางด้านสถิติประยุกต์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ.2509 โดยรับโอนงานสอน ตลอดจนนักศึกษาของวิทยาลัยการสถิติปฏิบัติ และงานอบรมสถิติศาสตร์ ของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ มา ดำเนินการ นักศึกษาของวิทยาลัยการสถิติปฏิบัติ ที่ได้รับโอนมานั้น เป็นนักศึกษาระดับต่ำกว่าขั้นปริญญาตรี คือ ใช้หลักสูตร 3 ปี ของวิทยาลัยการสถิติปฏิบัติ ในขณะนั้น คณะได้มองเห็นความจำเป็นของการผลิตนักสถิติที่มีคุณวุฒิ และความสามารถทางวิชาการในระดับ เทียบเท่าปริญญาตรี เพื่อสนองความต้องการ ของหน่วยงานราชการ ตลอดจนหน่วยงานธุรกิจอื่น ๆ จึงได้ดำเนินการ ปรับปรุงหลักสูตรที่ใช้อยู่เดิม และได้ขยายหลักสูตรเป็น 4 ปี เทียบเท่าปริญญาตรี ขณะเดียวกันก็ได้เตรียมการ เปิดสอน หลักสูตรปริญญาโท สาขาสถิติประยุกต์ พร้อมกันไปด้วย โดยมีคณะอนุกรรมการ ประกอบด้วย ม.จ.บุญโศลกเกษม เกษมศรี ทรงเป็นประธาน และคณาจารย์นักศึกษารุ่นสุดท้ายศึกษาครบถ้วนตามหลักสูตรแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า เพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งสถาบัน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาบุคลากรขององค์การต่าง ๆ ที่ผ่าน การศึกษาระดับปริญญาตรีมาแล้ว ให้มีความรู้ทางวิชาการสูงขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ การยุติการสอน ในระดับต่ำกว่าปริญญาโท ทำให้คณะสามารถทุ่มเททรัพยากรที่มีให้แก่การเรียนการสอนในระดับปริญญาโทได้ อย่างเต็มที่

ในระยะ 5 ปีีแรก ยัง ไม่มีการแยกอีกหลายท่าน เช่น ดร.บุญธรรม สมบูรณ์สงค์ อาจารย์ อุตตรา รัศมีเสน และ อาจารย์ อนุมงคล ศิริเวทิน (ตำแหน่งในขณะนั้น) เป็นผู้ร่างหลักสูตร ทั้งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ ดร.ศรีปริญญา รามโกมุท รักษาการในตำแหน่งคณบดี และสามารถ เปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาโทได้เป็น ครั้งแรก ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2510

ในปีี พ.ศ.2512 สถาบันไม่มีนโยบาย ที่จะรับนักศึกษาระดับต่ำำกว่าปริญญาโทอีกต่อไป จึงจะยุติการสอนในหลักสูตร 4 ปี (ประกาศนียบัตร เทียบเท่าปริญญาตรี) ต่อมาได้แยกเป็น 4 สาขา ได้แก่ สาขาสถิติ สาขาคอมพิวเตอร์ สาขาการวิจัยดำเนินงาน และสาขาประชากรศาสตร์ แล้วขยายเพิ่มอีก 2 สาขา คือ สาขาวิทยาการประกันภัย และสาขาระบบและการจัดการสารสนเทศ อีกทั้งได้พัฒนาปรับปรุงหลักสูตรต่างๆให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

ต่อมาในปีี พ.ศ. 2545 คณะได้เปิดทำการสอนหลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกเพิ่มอีก 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรระบบสารสนเทศประยุกต์ M.S.(Applied Information System) และหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ Ph.D.(Computer Science) เพื่อขยายโอกาสให้กับผู้สนใจศึกษาทางด้านเทศโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในระบบงานในองค์การแทบทั้งสิ้น และรองรับความต้องการของตลาดแรงงานในประเทศ ซึ่งเป็นไปตามแนวนโยบายการพัฒนาประเทศด้วย ในปีี พ.ศ. 2546 คณะได้ทำการปรับปรุงหลักสูตรเก่าของคณะทั้งหมด โดยเน้นให้เป็นหลักสูตรที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการบริหารใน สาขาต่างๆ รวมทั้งได้เปลี่ยนชื่อสาขาการวิจัยดำเนินงาน เป็น “สาขาเทคโนโลยีการตัดสินใจและการจัดการ”

ลำดับความก้าวหน้า

  • 2509

    รับโอนงานสอนและนักศึกษาของวิทยาลัยการสถิติปฏิบัติ รวมทั้งการฝึกอบรมสถิติศาสตร์ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ มาดำเนินการ

  • 2510

    เปิดสอนระดับปริญญาโททางสถิติประยุกต์เป็นครั้งแรก

  • 2512

    ยุติการรับเข้าเป็นนักศึกษาในหลักสูตรต่ำกว่าปริญญาโท (ประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม)

  • 2516

    แยกการสอนสาขาวิชาเอกเป็น 4 สาขา ได้แก่ สาขาสถิติ สาขาคอมพิวเตอร์ สาขาการวิจัยดำเนินงาน และสาขาประชากรศาสตร์

  • 2525

    เปิดทำการสอนหลักสูตรปริญญาเอก สาขาประชากรและการพัฒนา

  • 2533

    เริ่มเปิดทำการสอนหลักสูตรปริญญาโท ภาคพิเศษ สาขาคอมพิวเตอร์

  • 2534

    เปิดทำการสอนหลักสูตรปริญญาโท ภาคพิเศษ สาขาสถิติ

  • 2536

    เปิดทำการสอนหลักสูตรปริญญาโท ภาคปกติ สาขาวิทยาการประกันภัย และ สาขาระบบและการจัดการสารสนเทศ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อสาขาเป็น การจัดการระบบสารสนเทศ)

  • 2538

    เปิดทำการสอนหลักสูตรปริญญาเอก สาขาสถิติ

  • 2539

    เปิดทำการสอนหลักสูตรปริญญาโท ภาคพิเศษ สาขาประชากรและการพัฒนา และ สาขาวิทยาการประกันภัย

  • 2541

    เปิดทำการสอนหลักสูตรปริญญาโท ภาคพิเศษ สาขาการจัดการระบบสารสนเทศ

  • 2542

    เปลี่ยนชื่อหลักสูตรปริญญาโท และปริญญาเอกของคณะ จาก พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตรดุษฎีบัณฑิตเป็น วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ตามลำดับ

  • 2545

    เปิดทำการสอนหลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ และเปิดหลักสูตรปริญญาโท สาขาระบบสารสนเทศประยุกต์

  • 2546

    – ปรับปรุงหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ( สถิติประยุกต์ ) วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์) และหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาสถิติ และสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ – เปลี่ยนชื่อสาขาการวิจัยดำเนินงาน เป็นสาขาเทคโนโลยีการตัดสินใจและการจัดการ

  • 2547

    เปิดทำการสอนหลักสูตรปริญญาโทภาคปกติ และหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ภาคพิเศษ (เรียนเสาร์-อาทิตย์) ในภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา

  • 2549

    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโททุกหลักสูตรของคณะ และเปลี่ยนชื่อเป็นหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สถิติประยุกต์และเทคโนโลยีสารสนเทศ) ประกอบด้วย 7 สาขาวิชาเอก สาขาวิชาเอกสถิติ สาขาวิชาเอกเทคโนโลยีการตัดสินใจ สาขาวิชาเอกวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง สาขาวิชาเอกการวิจัยเพื่อการบริหารและการจัดการ สาขาวิชาเอกวิทยาการคอมพิวเตอร์ สาขาวิชาเอกการจัดการระบบสารสนเทศ และสาขาวิชาเอกการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยเริ่มใช้ทำการสอนในภาค 1/2549 – เปิดทำการสอนหลักสูตรปริญญาโท ภาคพิเศษ (เรียนเสาร์-อาทิตย์) สาขาวิชาเอกวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง สาขาวิชาเอกเทคโนโลยีการตัดสินใจและการจัดการ ในภาค 2/2549

  • 2550

    เปิดทำการสอนหลักสูตรปริญญาโท ภาคพิเศษ หลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาเอกวิทยาการคอมพิวเตอร์ ณ บริษัท รอยเตอร์ ซอฟท์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด อาคารอื้อจือเหลียง ในโครงการความร่วมมือระหว่าง บริษัท รอยเตอร์ ซอฟท์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด กับคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เริ่มเรียนภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษา 2551

  • 2551

    ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาเอก 2 หลักสูตร – สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (นานาชาติ) – สาขาสถิติ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ)

  • 2552

    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาเอก หลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ (เพิ่มสาขาวิชาเอกระบบสารสนเทศในหลักสูตร) – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท จากเดิมหลักสูตรสถิติประยุกต์และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยแยกหลักสูตรออกเป็น 5 หลักสูตร (หลักสูตรสถิติประยุกต์ หลักสูตรสถิติ หลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ หลักสูตรบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตรวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง) และเพิ่มหลักสูตรใหม่อีก 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์

  • 2555

    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2555 โดยกำหนดสาขาวิชาเอก 2 สาขา คือ 1) สาขาวิชาเอกวิทยาการคอมพิวเตอร์ 2) สาขาวิชาเอกระบบสารสนเทศ )
    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสถิติประยุกต์ และนำหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสถิติ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) มารวมอยู่ในหลักสูตรสถิติประยุกต์ โดยกำหนดสาขาวิชาเอกในหลักสูตร 5 สาขาวิชาเอก คือ 1) สถิติ 2) การจัดการความเสี่ยงเชิงปริมาณ 3) การวิเคราะห์ธุรกิจและการวิจัย 4) การวิจัยดำเนินงาน และ 5) ประชากรและการพัฒนา
    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2555 โดยกำหนดเป็น 4 สาขาวิชาเอก คือ 1) วิทยาการคอมพิวเตอร์ 2) การจัดการระบบสารสนเทศ 3) เทคโนโลยีสารสนเทศ 4) วิศวกรรมซอฟต์แวร์
    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสถิติประยุกต์ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2555 โดยนำหลักสูตรสถิติและหลักสูตรวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยงมารวมในหลักสูตรสถิติประยุกต์ ปรับปรุง พ.ศ. 2555 และกำหนดสาขาวิชาเอกเป็น 5 สาขาวิชาเอก คือ 1) สถิติ 2) วิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง 3) การวิเคราะห์ธุรกิจและการวิจัย 4) เทคโนโลยีการตัดสินใจและการจัดการ และ 5) ประชากรและการพัฒนา
    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2555

  • 2556

    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2556

  • 2558

    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2558

  • 2559

    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2559
    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2559 โดยกำหนดเป็น 5 สาขาวิชาเอก คือ 1) วิทยาการข้อมูล 2) การจัดการระบบสารสนเทศ 3) วิทยาการสื่อปฏิสัมพันธ์ 4) ความมั่นคงสารสนเทศ 5) สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ และ 6) วิทยาการคอมพิวเตอร์
    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสถิติประยุกต์ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2559 กำหนดสาขาวิชาเอกเป็น 5 สาขาวิชาเอก คือ 1) สถิติ 2) ปัญญาและการวิเคราะห์ธุรกิจ 3) วิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง 4) เทคโนโลยีการตัดสินใจและการจัดการ และ 5) วิธีวิจัยและประเมินนโยบายเพื่อการพัฒนา
    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท การจัดการมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2559 2560
    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสถิติประยุกต์ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560
    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560
    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560 2561
    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสถิติประยุกต์ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560
    – พัฒนาหลักสูตรใหม่ โดยนำสาขาวิชาเอกการวิเคราะห์ธุรกิจจากหลักสูตรสถิติประยุกต์ และสาขาวิชาเอกวิทยาการข้อมูลจากหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ มาพัฒนาเป็นหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิเคราะห์ธุรกิจและวิทยาการข้อมูล หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2560 โดยกำหนดสาขาวิชาเอก 3 สาขา คือ 1) การวิเคราะห์ธุรกิจ 2) วิทยาการข้อมูล และ 3) สุขภาพและชีวสารสนเทศศาสตร์

  • 2560

    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสถิติประยุกต์ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560
    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560
    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560

  • 2561

    – ปรับปรุงหลักสูตรปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสถิติประยุกต์ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560
    – พัฒนาหลักสูตรใหม่ โดยนำสาขาวิชาเอกการวิเคราะห์ธุรกิจจากหลักสูตรสถิติประยุกต์ และสาขาวิชาเอกวิทยาการข้อมูลจากหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ มาพัฒนาเป็นหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิเคราะห์ธุรกิจและวิทยาการข้อมูล หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2560 โดยกำหนดสาขาวิชาเอก 3 สาขา คือ 1) การวิเคราะห์ธุรกิจ 2) วิทยาการข้อมูล และ 3) สุขภาพและชีวสารสนเทศศาสตร์

  • 2562

    – ปรับปรุงหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิเคราะห์ธุรกิจและวิทยาการข้อมูล หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2562 โดยปรับโครงสร้างหลักสูตร กำหนดสาขาวิชาเอก 7 สาขา คือ 1) ปัญญาและการวิเคราะห์ธุรกิจ 2) วิทยาการข้อมูล 3) สุขภาพและชีวสารสนิเทศศาสตร์ 4) วิศวกรรมข้อมูล 5) การวิเคราะห์นโยบายและการพัฒนา 6) ปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ด้วยเครื่องจักร และ 7) ภาพนิทัศน์ข้อมูลและเทคโนโลยีมัลติมีเดีย ที่ผ่านมา คณะสถิติประยุกต์ได้พัฒนาปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน การฝึกอบรม หลักสูตรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้ตรงตามความต้องการของสังคม และนโยบายการพัฒนาประเทศ โดยมุ่งหวังที่จะสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณภาพในสาขาวิชานั้นๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานและการบริหารการพัฒนา เพิ่มศักยภาพให้องค์การอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ รวมทั้งการวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่หน่วยงานต่างๆ ตลอดจนร่วมมือทางวิชาการกับองค์การทั้งใน และต่างประเทศในการพัฒนาองค์ความ รู้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คณะสถิติประยุกต์ได้พัฒนาปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน การฝึกอบรม หลักสูตรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้ตรงตามความต้องการของสังคม และนโยบายการพัฒนาประเทศ โดยมุ่งหวังที่จะสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณภาพในสาขาวิชานั้นๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานและการบริหารการพัฒนา เพิ่มศักยภาพให้องค์การอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ รวมทั้งการวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่หน่วยงานต่างๆ ตลอดจนร่วมมือทางวิชาการกับองค์การทั้งใน และต่างประเทศในการพัฒนาองค์ความ รู้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

คำที่เกี่ยวข้อง